เมื่อพูดถึงการเต้นบัลเลต์ ภาพจำของคนทั่วไปคงนึกถึงนักเต้นหญิงที่มีท่าทางการเคลื่อนไหวของร่างกายอันอ่อนช้อยแบบไร้ที่ติ ด้วยภาพลักษณ์ของศิลปะการเต้นชนิดนี้ จึงไม่แปลกนักที่คนส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นกิจกรรมของผู้หญิงเสียมากกว่า แต่รู้หรือไม่ว่าก็มี นักบัลเล่ต์ชาย หลายคนที่ได้รับการยกย่องในประวัติศาสตร์ และพวกเขาก็มีความสามารถไม่ต่างกับนักเต้นหญิงเลย

1. มีฮาอิล บารึชนิคอฟ / Mikhail Baryshnikov

Mikhail Baryshnikov

มีฮาอิล บารึชนิคอฟ นักเต้นชายชาวลัตเวีย สานฝันสร้างชื่อให้ตัวเองจนได้เป็นนักเต้นบัลเลต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาประสบความสำเร็จอย่างมากกับเส้นทางการเป็นนักเต้นมืออาชีพ ในยุคที่มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงทางออกทาง ศิลปะ การเมือง และศาสนา ของสหภาพโซเวียต อย่างไรก็ ตามเขาได้ขอลี้ภัยทางการเมืองและทำงานในอาชีพนี้ต่อไป ระหว่าง 2 ประเทศ ที่แคนาดาและสหรัฐอเมริกา

2. รูดอล์ฟ นูเรเยฟ / Rudolf Nurejew

Rudolf Nurejew

รูดอล์ฟ นูเรเยฟ นักเต้นชายชาวรัสเซียที่มีชื่อเสียงของคณะบัลเลต์ Kirov Academy of Ballet เป็นโรงเรียนบัลเลต์ในวอชิงตันดีซี ที่สหรัฐอเมริกา หลังจากความมุ่งมั่นและความพยายามของเขา ไม่นานนักก็กลายเป็นหนึ่งในนักเต้นบัลเลต์ชายที่โด่งดังที่สุดในโลกแห่งศตวรรษที่ 20 และเป็นหนึ่งในผู้ชายคนแรก ๆ ที่ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของการเต้นบัลเลต์ไปตลอดกาลว่าผู้ชายก็สามารถทำอาชีพอย่างการเป็นนักเต้นบัลเลต์ได้

3. เบนจามิน มิลปีเอ / Benjamin Millepied

Benjamin Millepied

เบนจามิน มิลปีเอ นักเต้นบัลเลต์ชาวฝรั่งเศส ที่เริ่มฝึกบัลเลต์เมื่ออายุเพียง 8 ปี เท่านั้น แต่ในวงการนี้ถ้าเริ่มตั้งแต่เด็กยิ่งได้เปรียบ เพราะต้องสั่งสมวิชาและเทคนิคในการเต้นอีกมาก แน่นอนว่าเขาประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพนี้โดยกลายเป็นผู้อำนวยการที่โรงเรียนสอนเต้นที่มีชื่อเสียงอย่าง Paris Opera Ballet และ LA Dance Project เขาคือผู้ออกแบบท่าเต้นให้กับภาพยนตร์เรื่อง Black Swan ขณะทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ได้พบรักกับ นาตาลี พอร์ตแมน จนได้แต่งงานกันในเวลาต่อมา

4. เอริค บรูห์น / Erik Bruhn

Erik Bruhn

เอริค บรูห์น เป็นนักเต้นและนักออกแบบท่าเต้นชาวเดนมาร์ก ที่เริ่มเรียนศิลปะแห่งการเต้นเมื่ออายุ 9 ปี ที่ Royal Danish Ballet จนอายุ 21 ปี เขาก็ได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นนักเต้นเดี่ยวระดับสูง (ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในบัลเล่ต์ของเดนมาร์ก) แต่ชีวิตส่วนตัวที่เป็นเส้นทางนอกเวทีเต้น ในปี 2504 เขาได้พบรักกับ รูดอล์ฟ นูเรจิว ทั้งคู่คบหาและตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาอย่างยาวนาน แต่หลังจาก 25 ปีต่อมา เขาก็ได้เสียชีวิตลง

5. ไมเคิล สเมน / Michael Smuin

Michael Smuin

ไมเคิล สเมน นักเต้นบัลเลต์ชาวสหรัฐที่ได้รับรางวัลของการเต้นมาตลอดครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 เขาเป็นนักเต้นหลักของโรงละครบัลเลต์อเมริกัน American Ballet Theatre และโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ San Francisco Ballet นอกจากจะเป็นนักเต้นชายที่มีความเก่งกาจในเส้นทางอาชีพแล้ว เขาผู้นี้ยังเป็นนักออกแบบท่าเต้นที่ประสบความสำเร็จในการออกแบบให้ละครบรอดเวย์ และภาพยนตร์สารคดีในอีกหลาย ๆ เรื่องด้วย

การเต้นบัลเลต์นับว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพ เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคจึงเป็นได้ทั้งศิลปะและกีฬา ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถเลือกเต้นบัลเลต์ได้ ท่าเต้นของบัลเลต์จะช่วยจัดองค์ประกอบของทุกส่วนในร่างกายให้ออกมาดูดีอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น การยืน การเดิน หลังจากที่ฝึกจะเห็นได้ชัดว่าดูสง่างามมากขึ้น รวมไปถึงการเป็นพื้นฐานที่จะช่วยต่อยอดให้ไปสู่การเล่นกีฬาและเต้นในรูปแบบอื่น ๆ ยิ่งถ้าได้เริ่มเข้าสู่วงการบัลเลต์ตั้งแต่เด็กก็จะได้เปรียบในเรื่องของการต่อยอดด้วย


“โรงละครบอลชอย” เรื่องราวฝันร้ายหลังม่านของโรงละครบัลเลต์

The Bolshoi Ballet

โรงละครบอลชอย (The Bolshoi Ballet) โรงละครบัลเลต์สุดยิ่งใหญ่แห่งรัสเซีย ที่มีความเก่าแก่แต่ยังคงความคลาสสิค ความยิ่งใหญ่ในโรงละครโชว์หรูหราแห่งนี้ ประกอบไปด้วย นักเต้นราวกว่าสองร้อยชีวิต วงออร์เคสตราที่เป็นของตัวละครเอง ในขณะเดียวกันก็เป็นเจ้าของโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ชื่อดังอย่าง The Bolshoi Ballet Academy สำหรับเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของโรงละครหรูแห่งนี้ มีทั้งเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นหลายครั้งหลายครา ที่กว่าจะมาเป็นโรงละครบัลเลต์อันยิ่งใหญ่ระดับโลก รวมไปถึงฝันร้าย ความเงื่อนงำ และการเมืองภายใน ความเน่าเฟะหลังม่านที่เบื้องหน้าช่างดูสวยงาม?!

จากสารคดีเรื่อง Bolshoi Babylon ทำให้เราได้เห็นว่าฝันร้าย ความเงื่อนงำ และการเมือง ที่มีอยู่ทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่ในโรงละครบอลชอย โชว์หรูหราที่เป็นความภาคภูมิใจของคนในประเทศรัสเซีย เบื้องหน้าที่มีนักบัลเลต์หนุ่มผู้หล่อเหลา และนักบัลเลต์สาวที่มีลีลาการเต้นชั้นเยี่ยม แข็งแรง และอ่อนช้อย แต่ความจริงแล้วชีวิตหลังม่านของพวกเขาสุดจะขมขื่น ไม่ว่าชายหรือหญิงต่างก็ต้องฝึกซ้อมมาอย่างหนักเพี่อพิสูจน์จิตวิญญาณที่มีต่ออาชีพนี้ ถึงจะต้องสาหัสสากรรจ์อย่างที่ชนิดที่ว่าต้องเข้ารักษาตัวในสภาพที่มีผ้าพันแผลห่อพันทั่วร่างกายก็ต้องยอมเพื่อรักษาอาชีพและชื่อเสียงเอาไว้

ในอดีตของโรงละครอันยิ่งใหญ่เคยมีประวัติไฟไหม้มาแล้วหลายครั้งหลายครา เริ่มตั้งแต่ปี 1805 ที่ เจ้าชาย ปโยตร์ อูรุสนอฟ ได้ทุนสนับสนุนจาก ไมเคิล แม็ดด็อก ให้จัดตั้งทำคณะละคร หลังเหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งสองคนไม่มีทุนกลับมาซ่อมต่อ สิทธิ์การดูแลจึงตกเป็นของรัฐทันที ไม่กี่ปีให้หลัง เกิดเหตุการณ์เดิมอีกครั้ง เมื่อปี 1853 จากเดิมโรงละครถูกสร้างขึ้นมาใหม่แล้วตอนปรับผังเมืองของมอสโก (จากเหตุการณ์ไฟไหม้อีกเช่นกัน) โรงละครก็ถูกไฟไหม้เหมือนเดิม และเป็นครั้งที่ยาวนานต่อเนื่องหลายวัน ภายในมีความเสียหายหนักมากจนต้องปิดซ่อมนานกว่า 3 ปี หลังจากนั้นก็กลับมาเปิดแสดงต่อเนื่องจนถึงปี 2005 และปิดเพื่อบูรณะอีกครั้ง นานถึง 6 ปี ด้วยงบมหาศาลกว่า 2 หมื่นล้านรูเบิล หากคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 1 หมื่นล้านกว่าบาท นี่ก็เป็นอีกหนึ่งฝันร้ายของโรงละครแห่งนี้ที่หนีไม่พ้นเรื่องของคอร์รัปชั่นอีกเช่นกัน

ref:

  1. https://adaymagazine.com/movie-7
  2. https://www.facebook.com/DocumentaryClubTH/posts/904716946306132/