ลองมาดูกันว่าแต่ละศึกมีเรื่องราวของถ้วยแชมป์ และรูปร่างลักษณะแบบใดกันบ้าง ที่เขาต่างลงสนาม ใช้ความสามารถ ทักษะ แรงกาย  แรงใจแลกมา ตลอดการแข่งขัน เพราะว่าไม่ใช่เพียงเรื่องของตำแหน่ง และเงินรางวัลเท่านั้นที่เป็นค่าตอบแทน แต่ละการแข่งขันยังได้ถ้วยโทฟี่ในลักษณะที่ต่างกันออกไปด้วย ทั้งเรื่องของการออกแบบ รูปร่าง และความเป็นมา สำหรับ 5 ศึกที่ผู้คนต่างให้ความสนใจ นิยม และเป็นแฟนคลับกันอย่างเนืองแน่น

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

    1. ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก  

ศึกของการแข่งขันที่จัดกันมาอย่างต่อเนื่อง และยาวนานที่สุดอีกศึกหนึ่งเลยก็ว่าได้ ในตอนนี้มาถึงรอบถ้วยที่ 6 เรียบร้อยแล้ว การได้ครองถ้วยถาวรจะต้องเป็นทีมที่มีตำแหน่งแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันเท่านั้น หรือทีมไหนที่ได้แชมป์มากว่า 5 ครั้ง ก็จะได้รับถ้วยไปครองได้เลย แน่นนอว่ามีทีมที่ทำสถิตได้ทั้งหมด 5 ทีม คือ เรอัล มาดริด อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม บาเยิร์น มิวนิค เอซี มิลาน ลิเวอร์พูล แต่ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนการมอบถ้วยแชมป์อีกครั้งในปี 2009 ยูฟ่า ก็ยกเลิกกฎที่จะมอบถ้วยจริง จะได้รับถ้วยบิ๊กเอียร์ของแท้ในนัดชิงชนะเลิศเท่านั้น และทีมที่เอาชนะ จะได้ถ้วยจำลองเทน และในความพิเศษคือ ทีมที่คว้าแชมป์ได้ 3 ครั้งติด หรือได้แชมป์มากกว่า 5 สมัย ยูฟ่ากำหนดก็จะตราพิเศษให้แทนถ้วยถาวร หลังจากที่ เรอัมาริด ราชันชุดขาวได้ครองถ้วยในปี 1967 เลขาธิการทั่วไปของ ยูฟ่า  มีแนวคิดออกแบบถ้วยใหม่ ให้ทันสมัยกว่าเดิม และเลือกใช้ ยุร์ก สตาเดลมันน์ กับพ่อของเขา ช่างทำเครื่องเงิน มาช่วยออกแบบให้ และชายผู้ออกแบบ บอกว่าตอนนั้น เขาต้องรีบทำให้เสร็จ ก่อน 28 มีนาคมปีนั้น เพราะต้องเข้าพิธีแต่งงาน และไปฮันนีมูนที่ ลอส แองเจลีส จบที่ใช้เวลา 340 ชั่วโมงกว่า ที่ความสูง 73.5 เซนติเมตร และหนัก 8.5 กิโลกรัม ได้สำเร็จตามคาด

ยูโรปา ลีก 

    2.  ยูโรปา ลีก 

อีกหนึ่งถ้วยที่ทรงคุณค่าอย่างสูง และมีการแข่งขันมาถึง 43 ครั้งแล้วด้วย ในปี 1971/72 ทีม เชลซี คือทีมล่าสุดที่ได้ถือครองถ้วยที่มีน้ำหนัก 15 กิโลกรัม ความสูง 65 เซนติเมตร และขนาดกว้าง 33 เซนติเมตร พร้อมความลึกราว 23 เซนติเมตร การออกแบบจะเป็นถ้วยเงินที่มีการวางติดกับฐานหินอ่อนสีเหลือง และเป็นถ้วยแชมป์ ยูฟ่า คัพ (ชื่อเดิมของการแข่งขัน) ใบนี้ แบร์โตนี่ ที่รับหน้าที่เป็นโรงานที่รับทำถ้วยรางวัล ได้ออกแบบ และสร้างมันขึ้นมา รวมทั้งที่นี่เป็นสถานที่ออกแบบถ้วย และเหรียญชนะเลิศกีฬาต่างๆ ในเมือง มิลาน ประเทศอิตาลี ลักษณะพิเศษของถ้วยนี้จะต่างไปที่ไม่มีหูจับยื่นออกมา และปากถ้วยจะมีรูปทรงแปดเหลี่ยม ของจริงมีเพียงยูฟ่าเท่านั้นที่เก็บไว้อย่างถาวร พร้อมทั้งสั่งทำถ้วยจำลองขนาดเท่าของจริงสำหรับให้กับทีมแชมป์ แต่เมื่อก่อนกฎจะมอบให้กับทีมได้แชมป์ 3 สมัยซ้อน หรือ 5 ครั้งที่ชนะเท่านั้น ซึ่งไม่มีทีมไหนที่ทำตามข้อตกลงได้เลย จึงไม่มีทีมไหนเคยได้ถือถ้วยถาวรสักทีม จนมาเปลี่ยนกติกาเป็นได้รับถ้วยจำลองแทน

บุนเดสลีกา 

    3. บุนเดสลีกา 

ถ้วยของศึกนี้มากับฉายาตามลักษณะที่แปลกตาไปอย่างมาก ผู้คนมักตะไม่เรียกว่าถ้วย โทฟี่ แต่จะเป็น ถาดแทน เพราะว่าหน้าตาที่ว่ากันว่าเหมือนจานสลัดมากว่านั่นเอง ศึกนี้เป็นแชมป์ของลีกสูงสุดสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน (เดเอฟเบ) เจ้าถ้วยรางวัลตัวนี้สร้างมาในปี 1949 มาเพื่อทดแทนถ้วยของเดิมที่หายไปเมื่อราว ๆ สงครามโลกครั้งที่ 2 มากับขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางที่ 50 ซม. เจ้าถาดรางวัลนี้มีราคาในตอนนั้นก็ประมาณ 9000 ยูโร เทียบเงินตอนนี้น่าจะประมาณ 1 ล้านบาท โดยวัสดุทำจากแร่เงินหรือที่เรียกกันว่า สเตอลิงซิลเวอร์ (Sterling Silver) พร้อมกับมีอัญมณี ทัวร์มาลีน สีเขียวขนาดใหญ่-เล็กปะปนกันรวม 16 เม็ด รวมทั้งสิ้น 175 กะรัต ซึ่งมาจากการออกแบบของ อลิซาเบ็ธ เตรสโคว์ เป็นผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์สาวจากโรงเรียนศิลปะในเมือง โคโลญจน์ความพิเศษใครที่ได้แชมป์จะได้รับการสลักชื่อลงถามนี้ด้วย ครั้งแรกเมื่อปี 1903 นั่นเอง ต่อมามีการปรับปรุง เพิม่ขนาดของถาดไปที่เส้นผ่าศูนย์กลาง 59 ซมง จากเดิม 50 ซม. เพื่อที่จะเพิ่มพื้นที่สลักชื่อแชมป์มีได้ยาวนานออกไปอีก 30 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งเพิ่มอัญมณี ทัวร์มาลีนอีก 5 เม็ด ตอนนี้ถาดหนักได้ 11 กก. เลย

เอฟเอ คัพ

    4. เอฟเอ คัพ 

ถ้วยรางวัลอีกหนึ่งรายการที่มีความเก่าอย่างมากที่สุด ถ้วยที่ได้เห็นในทุกวันนี้ใช้ในปี 1911 ทดแทนใบเดิมที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ก่อนหน้านี้ 1 ปี ทำให้ร้อนถึงประธาน เอฟเอ ต้องเรียกเชิญบริษัททำเครื่องเงินจากหลายแห่งเข้ามาเสนอดีไซน์ ออกแบบใบใหม่อย่างด่วนจี๋ สรุปสุดท้ายที่การออกแบบของบริษัท แฟตทอรินี่ แอนด์ ซันส์ จำกัด จาก แบร็ดฟอร์ด ที่ได้รับเลือกเอาชนะได้ทุกแบบที่เสนอกันเข้ามา และใช้งานจนถึงปัจจุบันนี้เลย ขนาดถ้วยสูง 19 นิ้ว ไม่รวมฐานรอง พร้อมด้วยน้ำหนัก 5 กิโลกรัม ที่พิเศษคือทีมแรกที่ได้ชูถ้วยแชมป์ใบใหม่ก็เป็น แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ เมืองเดียวกับทีมออกแบบ นับเป็นถ้วยใบที่ 3 ของแข่งขันรายการนี้ ใช้นานถึง 80 ปี 

พรีเมียร์ลีก 

    5. พรีเมียร์ลีก 

หนึ่งในรายการบอลที่คนไทยเราติดตามมากที่สุดแน่นอนว่าจะต้องคุ้นตาถ้วยมากที่สุดด้วย ใบปัจจุบัน ผลิตโดย บริษัท การ์ราร์ด แอนโค จำกัด เป็นคนดีไซน์ที่ทำธุรกิจเครื่องประดับเครื่องเงินมายาวนาน ถ้วยมาจากเงินแท้ มงกุฎที่ชุบเงิน 24 กะรัต ตัวฐานทำด้วยมาลาไคต์ อัญมณีที่มีสีเขียว แค่ฐานหนัก 15 กก. ตัวโทรฟี่อีก 10 กิโลกรัม รวมได้เป็น 25 กิโลกรัม ถ้วยสูง 76 และ กว้าง 43 เซนติเมตร หูจับมากับสิงโต 3 ตัว “ทรี ไลออนส์” ในรูปร่างของตราแผ่นดินของประเทศอังกฤษนั่นเอง 

ถ้วยฟุตบอล

รู้หรือไม่ ลำดับความยิ่งใหญ่ของรายการแข่งขันฟุตบอล

รายการแข่งขันฟุตบอลมีเยอะมาก แต่ความยิ่งใหญ่อาจจะเรียงได้ตามประเภท 2 แบบคือ 

สำหรับทีมชาติ 

  1. ฟุตบอลโลก
  2. ฟุตบอลชิงแชมป์ทวีป (ยูโร, เอเชียนคัพ, แอฟริกันเนชั่นคัพ, โคปาอเมริกา, โกล์ด คัพ)
  3. ฟุตบอลชิงแชมป์ภูมิภาค (เช่น AFF Suzuki Cup ของอาเซียนเรา)

สำหรับสโมสร อันนี้จะเรียงตามความนิยม แข็งแกร่ง เป็นหลัก 

  1. UEFA Champions League เพราะลงสนามด้วยทีมแชมป์ ทีมต้นตารางของลีกแต่ละประเทศเพื่อหาทีมชนะของยุโรป
  2. Europa League คัดทีมรองทีมรอง ๆ ของลีกแต่ละประเทศลงสนามหาแชมป์ยุโรปถ้วยเล็ก
  3. ลีกภายในประเทศ ของแต่ละชาติ เช่นอังกฤษ พรีเมียร์ลีกเป็นต้น 

อ้างอิง

https://pantip.com/topic/35130255

https://www.siamsport.co.th/column/detail/29243