อย่างที่ชาวเรา คอบอลรู้กันดีว่าตอนนี้การแข่งขันฟุตบอลโลกและหลายๆศึก ต่างไม่มีการยกมอบถ้วยบอลของจริงให้กับคนที่ได้แชมป์อีกต่อไปแล้ว จะมีเพียงพิธีชูถ้วยสำหรับคนที่ได้แข่งขันเอาชนะคู่แข่งได้เท่านั้น และถ้วยบอลจะมีการจัดเก็บเอาไว้ที่ส่วนกลาง ส่วนทีมที่ชนะจะได้เพียงของเลียนแบบไปเท่านั้นเอง ใครรู้บ้างว่าทำไม และด้วยเหตุผลใดจึงเป็นเช่นนี้ ลองมาดู 3 เรื่องราวของถ้วยบอลโลกที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็ได้ เพราะว่านับเป็นสิ่งที่หลายคนต้อกงการเพื่อคว้าชัยชนะมาครอบครอง แต่ไม่ได้ถ้วยแบบนี้ ทีมฟุตบอลเขาได้ข้อแลกเปลี่ยนใดไปบ้าง

ถ้วย “จูลส์ ริเมท์”

    1. ถ้วย “จูลส์ ริเมท์”

ถ้วยบอลโลกใบแรกของโลกที่ชื่อว่า “จูลส์ ริเมท์” เดิมมีชื่อแรกว่า “วิคตอรี่” ซึ่งเปลี่ยนใช้ชื่อ จูลส์ ริเมท์ เพราะว่าต้องการให้เกียรติแก่อดีตประธานฟีฟ่าคนที่ 3 นาย จูลส์ ริเมท์ ที่เสียชีวิตลง โดยรูปลักษณะของถ้วยใบนี้มากับขนาดความสูง 35 เซนติเมตร น้ำหนักที่ชั่งได้ 3.8 กิโลกรัม ถ้วยนี้ต่างจากถ้วยใบใหม่ เพราะว่าทำจากแร่เงินชุบด้วยทองคำบริสุทธิ์ ทำการเข้าพิมพ์หล่อขึ้นเป็นรูปเทพธิดาแห่งชัยชนะ (ไนกิ) ตัวเทพธิดาจะมีปีกด้านหลัง พร้อมชูถ้วยอยู่เหนือศีรษะ และใต้สุดของถ้วยตำแหน่งฐานใช้เป็นหินอ่อนประดับ และก็มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้หินแร่สีฟ้าแทนเรียกว่า “ไพฑูรย์” ซึ่งชาติแรกที่สามารถครองแชมป์ได้คือ ประเทศอุรุกวัย เป็นผู้ที่ได้ถือถ้วยนี้เป็นชาติแรกเพราะว่าเอาชนะและครองตำแหน่งแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1930 นั่นเองตามกฎก็ไม่มีผู้ใดถือครองได้ จะได้เพียงการรับชูขึ้นรับรางวัลเท่านั้น แต่ต่อมาในปี ค.ศ.1970 ทีมชาติบราซิลเป็นทีมเดียวในโลกที่ได้รับอนุญาต ให้มีกรรมสิทธิ์ถาวรในการครองถ้วยฟุตบอลโลกใบแรกที่ เนื่องจากในอดีตมีกฎว่า ให้สิทธิ์แก่ทีมที่สามารถครองแชมป์ได้ 3 สมัย ก็จะได้อย่างถาวรไปเลย  แต่ก็เหตุที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะว่าใน ค.ศ.1983 ถ้วยฟุตบอลโลก จูลส์ ริเมท์ หายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกขโมย และหายสาปสูญไปนับแต่นั้นเป็นต้นมา จนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครพบเจอ

ถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ

    2. ถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ 

ต้นกำเนิดของถ้วยฟุตบอลโลกอีกถ้วยที่มาแทนของเดิมที่ถูกขโมยไป มีชื่อเรียกว่า ถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ FIFA World Cup Trophy ได้รับการดีไซน์ออกแบบโดยประติมากรรมชาวอิตาเลียน ซิลวิโอ กาซซานิ ก้า ในปีค.ศ. 1971 ซึ่งแนวคิดของถ้วยนี้คือ เป็นจุดหมายให้นักเตะทีมที่ลงแข่งขันได้มีแรงบันดางใจ ในการลงสนามเตะ เพื่อที่จะคว้าถ้วยไปครองให้ทีม และเป็นเกียรติแก่ตัวเอง สำหรับถ้วยแรกนี้น้ำหนักถึง 4,970 กรัม ตัวถ้วยทำจากทองคำแท้ 18 กะรัต ขนาดความสูง  36 เซนติเมตร รูปแบบของถ้วยจะเป็น รูปปั้นที่บิดตัวขึ้นมาจากฐาน จำลองเอารูปนักกีฬาสองคนยืนหันหลังชนกัน แล้วหันหน้าออกยกโลกเอาไว้ และเหมือนเป็นลูกบอลด้วยในตัว ทำให้สื่อถึงการฉลองชัย ที่ยกมือขึ้นเฮ อย่างมีพลัง สำหรับถ้วยดีไซน์นี้เริ่มใช้ครั้งแรกในการแข่งขันบอลโลกที่จัดขึ้นปีค.ศ.1974 และมีประเทศเยอรมนีเป็นเจ้าภาพ อีกทั้งเยอรมนีก็คว้าถ้วยใบนี้สำเร็จ พร้อมทั้งได้ครอบครองไว้นาน 4 ปี  แต่ตามกำหนดว่าถ้วยฟีฟ่าไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง และจะต้องอยู่กับฟีฟ่าเป็นการถาวรแต่ผู้เดียว เท่ากับว่าหลังจากนี้ผู้ชนะจะได้รับถ้วยจำลองที่ทำจากทองผสมคล้ายต้นฉบับที่สุดเท่านั้น แต่สำหรับคนที่ชนะได้ถ้วยจะได้สลักชื่อลงเส้นคาดถ้วยตรงฐานโดยที่ฐานของถ้วยจะมีการแกะสลักคำว่า “FIFA World Cup” ขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัด ส่วนที่ด้านใต้ฐานของถ้วยจะมีการสลักชื่อทีมประเทศที่คว้าแชมป์โลกในแต่ละศึก ในสายคาดสองเส้น มีพื้นที่สำหรับเพียงผู้ชนะ 17 ช่อง คาดว่าซึ่งเมื่อถึงปีค.ศ.2038 ชื่อก็จะเต็มช่องเหล่านี้ และปัจจุบันยังไม่มีแนวทางกำหนดว่าเมื่อเต็มจะทำอย่างไรต่อไป จากนั้นจะทำอย่างไรต่อไป ฟีฟ่าก็คงต้องปรึกษากันที เท่ากับว่าในอีกเพียง 17 ปีข้างหน้า จะต้องหาหนทางสำหรับรายชื่อของทีมที่ชนะว่าจะไปอยู่ที่ตรงไหนของถ้วย หรือจะต้องยกเลิกใช้ถ้วยนี้แล้วสร้างขึ้นมาใหม่อีกเป็นใบที่สาม 

ถ้วยฟุตบอลโลก

รู้หรือไม่ แชมป์บอลโลกที่ครองแชมป์เยอะที่สุดคือชาติใด

ฟุตบอลโลกที่เป็นการจัดการแข่งขันในรอบทุก  ๆ 4 ปี โดยเอาทีมชาติที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือกมาจากการแข่งขันแต่ละรายการของภูมิภาค เข้ามาประชัน ชิงชัยกัน ซึ่งทีมมาจากทั่วโลกด้วยกัน บางชาติเล็ก ๆ ก็ใฝ่ฝันว่าได้ลงสนาม ในรอบลึก ๆ ก็ดีใจมากแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ลงเข้ารอบอย่าง 3 ทีมสุดท้ายก็ตาม ซึ่งทีมชาติที่เอาชนะ และได้แชมป์บ่อยที่สุด ติดต่อหลายสมัยคือ ทีมชาติบราซิลที่สามารถคว้าไปได้ถึง 5 ครั้ง และรองลงมาตามด้วยทีมของชาติ เยอรมนี และอิตาลี 4 ครั้งเท่ากัน ในอดีต ทีมบราซิล เป็นชาติเดียวในโลกที่ได้รับสิทธิ์ถาวรในการครอบครองถ้วยฟุตบอลโลกในยุคแรก ในเวลาต่อมา ถ้วยหายได้หายไป กับระยะการถือครองไม่นานด้วย หายไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นข่าวช็อคอย่างมาก ตอนนี้ก็สาบสูญไปเลย นับแต่นั่นมาไม่มีผ็ใดได้ถือครองอีกต่อไปตามกฎของฟีฟ่า จะได้รับถ้วยจำลองแทนในปัจจุบัน

อ้างอิง

https://makemusicboston.org

http://realmetro.com

https://www.ch3thailand.com/news/scoop/10189